กำพล ลีลาภรณ์ กับ FLOWW เทคโนโลยี ที่เกิดมาช่วยงานมนุษย์
Interview
475
คนดูทั้งหมด
     ความถนัดด้านเทคโนโลยีในฐานะ Software House ให้บริการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ และ Mobile
Application และเกม ที่มีมากว่า 7 ปี ของ Pi R Square ทำให้เขามองเห็นช่องว่างของการทำงานในยุค Digital Transformation และหมายจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยเติมเต็มให้การทำงานภายในองค์กรเป็นระบบและซับซ้อนน้อยกว่าที่เป็นอยู่ ยิ่งในสมัยนี้ที่ข้อมูลมหาศาลและเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน การกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มในกระดาษ อาจทำให้คุณช้ากว่าคนอื่นๆ ไปแล้วหลายก้าว
 
     “เดิมทุกคนใช้กระดาษในการทำเอกสาร ดำเนินงานต่างๆ หรืออาจใช้ MS Excel ทำให้มีระเบียบขึ้นหน่อย แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคที่ดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เครื่องมือเก่าๆ ไม่อาจรองรับได้ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์มาช่วยปลดล็อกการทำงาน ยิ่งถ้าสามารถจัดการงานต่างๆ ผ่าน Mobile Application ได้ ก็จะยิ่งสะดวกรวดเร็วขึ้น จังหวะนี้ทำให้เราเริ่ม มองเห็นลักษณะร่วมของความต้องการในตลาด ไม่ว่าจะเป็น
องค์กรระดับเอสเอ็มอี หรือคอร์ปอเรตต่างก็ต้องการเครื่องมือหนึ่งมาช่วยจัดการให้กระบวนการทำงานเป็นระบบระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงได้ใช้ความถนัดของเราสร้างซอฟต์แวร์ FLOWW มาช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเขา พอได้ทำมาเรื่อยๆ เราก็เริ่มสนุกกับการออกแบบการบริหารจัดการระบบการทำงานของแต่ละองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ มากขึ้น ทั้งหมดคือการติดต่อเชื่อมโยงดาต้าเพื่อให้ทุกฝ่ายไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน และสามารถควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เกิดความผิดพลาดน้อยลง”   
คุณกำพล ผู้ร่วมก่อตั้ง Pi R Square เล่าถึงโปรดักต์ใหม่แห่งความภาคภูมิใจของบริษัท ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งดอกผลทางเทคโนโลยี สำหรับ FLOWW นั้น ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ธรรมดาๆ หากแต่แฝงไว้ด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ FLOWW น่าสนใจ
“ที่ผ่านมาเราจะคุ้นเคยกับการใช้ซอฟต์แวร์บนวินโดว์ แต่พอเทคโนโลยีพัฒนามาสู่ยุคที่ทุกอย่างสามารถเชื่อมโยงถึงกัน เราก็เลยใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปให้สามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ มันจึงเป็นความท้าทายว่าเราจะออกแบบหน้าตาของซอฟต์แวร์ของแต่ละบริษัทให้เป็นแบบไหน โดยที่ยังทำงานได้อย่างสะดวก
บนขนาดหน้าจอจำกัด”
 
     คุณกำพลยังเล่าอีกว่า FLOWW ทำให้เขาละเอียดอ่อนที่จะเรียนรู้ผู้บริโภค ไม่ใช่ยึดแค่การพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วจบ หากแต่ต้องศึกษาถึงระดับ User Experience เพื่อให้สามารถพัฒนาโปรดักต์ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
“สิ่งที่เราค้นพบ คือหลายๆ ครั้งเราให้คนในองค์กรปรับตัวตามการทำงานของซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการทำงานแบบตะวันตก ขณะที่ในบ้านเราบางครั้งอาจยังใช้วัฒนธรรมแบบนั้นไม่ได้หมดทั้งองค์กร พูดตรงๆ คือปรับยาก แต่สิ่งที่เราทำกับ FLOWW คือเรามองว่าเราไม่ได้พยายามจะไปเปลี่ยนวิธีการทำงานของเขา แต่เราทำซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับการทำงานของเขาด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ นั่นทำให้ซอฟต์แวร์ของเราค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ และเข้าถึงธุรกิจนั้นๆ ได้โดยตรง
“ส่วนที่เราต้องทำการบ้านเยอะๆ คือต้องทำความเข้าใจตลาดทั้งภูมิภาค ศึกษารูปแบบธุรกิจหลายๆ แบบ แล้วมาหาข้อดีข้อเสียที่เป็นจุดร่วมให้ได้ เพื่อให้ตัวซอฟต์แวร์แข็งแรงขึ้นและพร้อมจะรองรับธุรกิจหลายๆ รูปแบบได้ เหมือนกับว่าเวลาที่เราได้เสิร์ฟเทคโนโลยีให้ลูกค้า เราก็ได้สร้างการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดร่วมกัน เพราะโมเดลธุรกิจของเราแลกมาด้วยผลลัพธ์จากสิ่งที่เราทำให้ลูกค้า เพื่อที่เราจะยั่งยืนในสายป่านนี้”
 
     เมื่อถามถึงทิศทางที่จะมุ่งต่อไปข้างหน้า แม่ทัพแห่ง Pi R Square เริ่มมองถึงระดับ Transform องค์กร และในอนาคตก็อาจจะได้นำ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทในระบบการทำงานมากขึ้น ในส่วนของการเติบโตทางธุรกิจ เขาก็มองภาพตามความเป็นจริง เพื่อให้เกิดการต่อยอดด้านรายได้และกำไร สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนเกิดการคิดค้นพัฒนาบริการใหม่ๆ อยู่เสมอๆ คีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ที่การลงมือทำ เรียนรู้วัดผล ปรับตัว และพัฒนาให้ไว
 
     “สำหรับคนที่อยากเติบโตบนเส้นทางสตาร์ทอัป ผมมองว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่การลงมือทำ พอได้ทำสักระยะหนึ่งเราจะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด ทุกคนสามารถพลาดได้ เพราะความผิดพลาดคือกลไกของการเรียนรู้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียนรู้สิ่งที่ผิดแล้วพัฒนาปรับตัวต่อยอดได้ไหม มันไม่มีสูตรสำเร็จว่าอะไรคือถูกหรือผิด ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ข้อผิดพลาดจะเป็นตัวต่อยอดให้เราไปต่อได้ แล้วก็ต้องอาศัยความกล้าและองค์ประกอบหลายๆ ด้าน พอเราตัดสินใจมาทำธุรกิจ นั่นแปลว่าเราต้องมีความรู้รอบด้านเยอะขึ้น มันคือองค์ประกอบของผู้ประกอบการที่จะต้องผนวกเรื่องเทคโนโลยี การตลาดและการขายเข้าด้วยกัน เป็นความจำเป็นที่ต้องรู้เพื่ออยู่ได้ เพราะเราเรียกตัวเองว่าธุรกิจ เราไม่ได้เป็นนักประดิษฐ์ ถ้าเป็นนักประดิษฐ์เราอาจโฟกัสแค่จุดเดียว”
 
     ในรอยทางการเติบโตของ Pi R Square เราพบว่ามีธนาคารออมสินอยู่เบื้องหลัง คอยให้คำแนะนำให้ Pi R Square พัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างมีระเบียบแบบแผน
“มีหลายโครงการที่เราได้ร่วมทำกับธนาคารออมสิน ซึ่งต้องขอบคุณ สวทช. ที่ชักนำและเชื่อมโยงเราให้ได้รู้จักกับโครงการอบรมต่างๆ ของออมสิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้ ออมสินจัดอบรมเกี่ยวกับธุรกิจ SMEs และ Startup เยอะมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรุ่นใหม่โดยตรง เราเองก็ได้รับโอกาสดีๆ เหล่านั้น ไปออกบูธบ้าง หรือบางครั้งก็ได้รับการเชื้อเชิญให้มองหาโอกาสใหม่ๆ ออมสินถึงขั้นจัดทีมพัฒนาธุรกิจให้ช่วยผลักดันเรา ซึ่งในแต่ละครั้งของการพูดคุยก็ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ กลับมาทบทวนในมุมที่เราอาจมองข้ามหรือยังไม่เคยเห็น และนำมาสู่การปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น” 
ทั้งนี้ เพราะธนาคารออมสินมิได้วางขอบข่ายตัวเองในฐานะสถาบันการเงินแค่จุดเดียว หากแต่
ยังเป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยป้อนข้อมูลและการอบรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ความถนัดด้านเทคโนโลยีในฐานะ Software House ให้บริการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์และ Mobile
Application และเกม ที่มีมากว่า 7 ปี ของ Pi R Square ทำให้เขามองเห็นช่องว่างของการทำงานในยุค Digital Transformation และหมายจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยเติมเต็มให้การทำงานภายในองค์กรเป็นระบบและซับซ้อนน้อยกว่าที่เป็นอยู่ ยิ่งในสมัยนี้ที่ข้อมูลมหาศาลและเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน การกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มในกระดาษ อาจทำให้คุณช้ากว่าคนอื่นๆ ไปแล้วหลายก้าว
 
     “เดิมทุกคนใช้กระดาษในการทำเอกสาร ดำเนินงานต่างๆ หรืออาจใช้ MS Excel ทำให้มีระเบียบขึ้นหน่อย แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคที่ดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เครื่องมือเก่าๆ ไม่อาจรองรับได้ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์มาช่วยปลดล็อกการทำงาน ยิ่งถ้าสามารถจัดการงานต่างๆ ผ่าน Mobile Application ได้ ก็จะยิ่งสะดวกรวดเร็วขึ้น จังหวะนี้ทำให้เราเริ่ม มองเห็นลักษณะร่วมของความต้องการในตลาด ไม่ว่าจะเป็น
องค์กรระดับเอสเอ็มอี หรือคอร์ปอเรตต่างก็ต้องการเครื่องมือหนึ่งมาช่วยจัดการให้กระบวนการทำงานเป็นระบบระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงได้ใช้ความถนัดของเราสร้างซอฟต์แวร์ FLOWW มาช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเขา พอได้ทำมาเรื่อยๆ เราก็เริ่มสนุกกับการออกแบบการบริหารจัดการระบบการทำงานของแต่ละองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ มากขึ้น ทั้งหมดคือการติดต่อเชื่อมโยงดาต้าเพื่อให้ทุกฝ่ายไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน และสามารถควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เกิดความผิดพลาดน้อยลง”   
คุณกำพล ผู้ร่วมก่อตั้ง Pi R Square เล่าถึงโปรดักต์ใหม่แห่งความภาคภูมิใจของบริษัท ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งดอกผลทางเทคโนโลยี สำหรับ FLOWW นั้น ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ธรรมดาๆ หากแต่แฝงไว้ด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ FLOWW น่าสนใจ
“ที่ผ่านมาเราจะคุ้นเคยกับการใช้ซอฟต์แวร์บนวินโดว์ แต่พอเทคโนโลยีพัฒนามาสู่ยุคที่ทุกอย่างสามารถเชื่อมโยงถึงกัน เราก็เลยใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปให้สามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ มันจึงเป็นความท้าทายว่าเราจะออกแบบหน้าตาของซอฟต์แวร์ของแต่ละบริษัทให้เป็นแบบไหน โดยที่ยังทำงานได้อย่างสะดวก
บนขนาดหน้าจอจำกัด”
 
     คุณกำพลยังเล่าอีกว่า FLOWW ทำให้เขาละเอียดอ่อนที่จะเรียนรู้ผู้บริโภค ไม่ใช่ยึดแค่การพัฒนาซอฟต์แวร์แล้วจบ หากแต่ต้องศึกษาถึงระดับ User Experience เพื่อให้สามารถพัฒนาโปรดักต์ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
“สิ่งที่เราค้นพบ คือหลายๆ ครั้งเราให้คนในองค์กรปรับตัวตามการทำงานของซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการทำงานแบบตะวันตก ขณะที่ในบ้านเราบางครั้งอาจยังใช้วัฒนธรรมแบบนั้นไม่ได้หมดทั้งองค์กร พูดตรงๆ คือปรับยาก แต่สิ่งที่เราทำกับ FLOWW คือเรามองว่าเราไม่ได้พยายามจะไปเปลี่ยนวิธีการทำงานของเขา แต่เราทำซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับการทำงานของเขาด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ นั่นทำให้ซอฟต์แวร์ของเราค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ และเข้าถึงธุรกิจนั้นๆ ได้โดยตรง
“ส่วนที่เราต้องทำการบ้านเยอะๆ คือต้องทำความเข้าใจตลาดทั้งภูมิภาค ศึกษารูปแบบธุรกิจหลายๆ แบบ แล้วมาหาข้อดีข้อเสียที่เป็นจุดร่วมให้ได้ เพื่อให้ตัวซอฟต์แวร์แข็งแรงขึ้นและพร้อมจะรองรับธุรกิจหลายๆ รูปแบบได้ เหมือนกับว่าเวลาที่เราได้เสิร์ฟเทคโนโลยีให้ลูกค้า เราก็ได้สร้างการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดร่วมกัน เพราะโมเดลธุรกิจของเราแลกมาด้วยผลลัพธ์จากสิ่งที่เราทำให้ลูกค้า เพื่อที่เราจะยั่งยืนในสายป่านนี้”
 
     เมื่อถามถึงทิศทางที่จะมุ่งต่อไปข้างหน้า แม่ทัพแห่ง Pi R Square เริ่มมองถึงระดับ Transform องค์กร และในอนาคตก็อาจจะได้นำ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทในระบบการทำงานมากขึ้น ในส่วนของการเติบโตทางธุรกิจ เขาก็มองภาพตามความเป็นจริง เพื่อให้เกิดการต่อยอดด้านรายได้และกำไร สำหรับเป็นทุนหมุนเวียนเกิดการคิดค้นพัฒนาบริการใหม่ๆ อยู่เสมอๆ คีย์เวิร์ดสำคัญอยู่ที่การลงมือทำ เรียนรู้
วัดผล ปรับตัว และพัฒนาให้ไว
“สำหรับคนที่อยากเติบโตบนเส้นทางสตาร์ทอัป ผมมองว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่การลงมือทำ พอได้ทำสักระยะหนึ่งเราจะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด ทุกคนสามารถพลาดได้ เพราะความผิดพลาดคือกลไกของการเรียนรู้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเรียนรู้สิ่งที่ผิดแล้วพัฒนาปรับตัวต่อยอดได้ไหม มันไม่มีสูตรสำเร็จว่าอะไรคือถูกหรือผิด ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ข้อผิดพลาดจะเป็นตัวต่อยอดให้เราไปต่อได้ แล้วก็ต้องอาศัยความกล้าและองค์ประกอบหลายๆ ด้าน พอเราตัดสินใจมาทำธุรกิจ นั่นแปลว่าเราต้องมีความรู้รอบด้านเยอะขึ้น มันคือองค์ประกอบของผู้ประกอบการที่จะต้องผนวกเรื่องเทคโนโลยี การตลาดและการขายเข้าด้วยกัน เป็นความจำเป็นที่ต้องรู้เพื่ออยู่ได้ เพราะเราเรียกตัวเองว่าธุรกิจ เราไม่ได้เป็นนักประดิษฐ์ ถ้าเป็นนักประดิษฐ์เราอาจโฟกัสแค่จุดเดียว”
 
     ในรอยทางการเติบโตของ Pi R Square เราพบว่ามีธนาคารออมสินอยู่เบื้องหลัง คอยให้คำแนะนำให้ Pi R Square พัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างมีระเบียบแบบแผน
“มีหลายโครงการที่เราได้ร่วมทำกับธนาคารออมสิน ซึ่งต้องขอบคุณ สวทช. ที่ชักนำและเชื่อมโยงเราให้ได้รู้จักกับโครงการอบรมต่างๆ ของออมสิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้ ออมสินจัดอบรมเกี่ยวกับธุรกิจ SMEs และ Startup เยอะมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรุ่นใหม่โดยตรง เราเองก็ได้รับโอกาสดีๆ เหล่านั้น ไปออกบูธบ้าง หรือบางครั้งก็ได้รับการเชื้อเชิญให้มองหาโอกาสใหม่ๆ ออมสินถึงขั้นจัดทีมพัฒนาธุรกิจให้ช่วยผลักดันเรา ซึ่งในแต่ละครั้งของการพูดคุยก็ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ กลับมาทบทวนในมุมที่เราอาจมองข้ามหรือยังไม่เคยเห็น และนำมาสู่การปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้น” 
ทั้งนี้ เพราะธนาคารออมสินมิได้วางขอบข่ายตัวเองในฐานะสถาบันการเงินแค่จุดเดียว หากแต่ยังเป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยป้อนข้อมูลและการอบรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน