ปีทอง "ฟู้ดทรัค" ว้าว...ว้าว...ว้าวววว...น่าตื่นตาตื่นใจ
Trend Biz
14K
คนดูทั้งหมด


ว้าว...ว้าว...ว้าวววว... น่าตื่นตาตื่นใจ  เมื่อตามตรอกซอกซอยทั่วเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร ในเวลานี้ เต็มไปด้วย รถกระบะ รถตู้ หรือรถตุ๊กตุ๊ก ที่ถูกปรับแต่งให้กลายมาเป็น  “ฟู้ดทรัค” หลากสีสัน

 
     ในเวลากลางวัน จะเห็น “ฟู้ดทรัค” ไปจอดริมถนนให้บริการหนุ่ม-สาวออฟฟิศ ตามแหล่งศูนย์รวมอย่างสีลม สุขุมวิท รัชดาภิเษก ส่วนเวลากลางคืนก็จะปรับโหมดเข้าสู่ความสุนทรีย์ย่านถนนข้าวสาร สวนจตุจักร หรือแม้แต่ย่านรัชดาภิเษก 
      จะเห็นว่าในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา “ฟู้ดทรัค” มีจำนวนหนาตามากขึ้น สะท้อนถึงอัตราการเติบโตอย่างน่าสนใจ ฟู้ดทรัค เป็นการให้บริการอาหารแนว Street Food ต้นกำเนิดมาจากรัฐเทกซัส อเมริกา ที่มีมานานกว่า 100 ปี นับแต่ปี 1866 เรื่อยมา ลักษณะของรถอาหารเคลื่อนที่คันแรก จะบรรทุกเครื่องครัวชิ้นเล็ก 
     ยาเวชภัณฑ์ อาหารการกิน จำพวกถั่ว เบคอน ไส้กรอก เนื้อ รวมถึงกาแฟ ไว้ท้ายรถจี๊ปทหาร เพื่อเร่ขายในเมืองคาวบอย
     ต่อมาในปี 1872 เริ่มมีการนำรถตู้มาดัดแปลง เปิดช่องกระจก ตัดหลังคา เพื่อทำการขายแซนด์วิช พาย และกาแฟ ถัดจากนั้นในปี 1880 ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการตกแต่งให้กลายเป็นรถแวนอเนกประสงค์มากขึ้น บรรจุตู้เย็น เตาอบไว้ในตัวรถ เพื่อใช้ประกอบอาหาร กระทั่งมาถึงปี 1950 ฟู้ดทรัคในสหรัฐฯ ก็แพร่หลายไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะบริการอาหาร เครื่องดื่ม หลากหลายประเภท ทั้งแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า แซนด์วิช ไก่ทอด ฯลฯ โดยรู้จักกันในหลายชื่อเรียก ทั้ง Mobile Canteens, Roach Coaches บ้างก็ว่า Gut Trucks


 
     คุณญาณเดช ศิรินุกูลชร รองประธาน องค์กรเครือข่ายธุรกิจรถฟู้ดทรัคแห่งประเทศไทย หรือ Food Truck Club (Thailand) เคยให้ข้อมูลผ่าน www.smemestyle.com ว่าเมืองไทยเริ่มนิยมฟู้ดทรัคมาประมาณ 5-6 ปี โดยทุกวันนี้ฟู้ดทรัคยังคงมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
คุณญาณเดชประเมินว่าผู้ประกอบการครัวติดล้อทั่วประเทศมีอยู่ราว 1,500-2,000 ราย ในจำนวนนี้ บางรายจะมีรถฟู้ดทรัคมากกว่า 1 คัน ยิ่งหากทำในรูปแบบแฟรนไชส์อาจมีมากถึง 10 คันขึ้นไป 
    ในกลุ่มผู้ประกอบการรถฟู้ดทรัคถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มคนรุ่นใหม่ รักอิสระ  อยากสร้างธุรกิจของตนเอง ที่เข้ามาทำอย่างจริงจัง 2. กลุ่มผู้ประกอบการตัวเล็ก ที่เช่าพื้นที่หรือร้านค้าเพื่อขายอาหาร เครื่องดื่ม แล้วเปลี่ยนมาสู่รูปแบบนี้ 3. ร้านอาหารคาวหวานขึ้นชื่อทั่วไป ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ไอศกรีม ฯลฯ เพื่อเพิ่มช่องทาง ต่อยอดธุรกิจ และ 4. กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางถึงใหญ่ ซึ่งใช้โมเดลนี้เพื่อตอกย้ำแบรนด์ ทำหน้าที่คล้ายเป็นสื่อเคลื่อนที่อีกทาง เช่น S&P และอานตี้ แอนส์ ฯลฯ
     ธุรกิจรถฟู้ดทรัคมีข้อดีหลายอย่าง อย่างแรกลดต้นทุนค่าเช่า ค่าสถานที่ ต่อมาคือ มีความ คล่องตัวสูง สามารถขายได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา แถมยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชอบหาประสบการณ์แปลกใหม่ในการทานอาหารอีกด้วย
สิ่งสำคัญ คืองบลงทุนไม่สูงนัก คุณๆ สามารถนำรถปิกอัพ รถตู้เก่ามาดัดแปลงได้ ที่สำคัญเวลานี้ ค่ายรถจีนและญี่ปุ่นหลายยี่ห้อผลิตรถฟู้ดทรัคมาเพื่อสนองต่อกลุ่มเป้าหมายนี้เป็นการเฉพาะในราคาที่ไม่สูงนัก
รองประธาน FTC ยังประเมินสถานการณ์ฟู้ดทรัคในเมืองไทยด้วยว่า อนาคตยังสดใส และจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีทั้งอาหารคาว-หวาน  เครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำผลไม้ คาดว่าในปี 2561 มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจฟู้ดทรัคจะอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท 
     ปัจจุบัน FTC Club ที่เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 เพียงแค่ 2 ราย ภายในระยะ เวลา 3 ปี มีสมาชิกแล้ว 470 ราย โดยทั้งหมด จะทำกิจกรรมส่งเสริมอาหารขายร่วมกัน โดยติดต่อ ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.foodtruckclub.net 
ดูเหมือนว่า ปี 2561 จะเป็นปีทองของ “ฟู้ดทรัค” อย่างแท้จริง!! ในเวลากลางวัน จะเห็น “ฟู้ดทรัค” ไปจอด ริมถนนให้บริการหนุ่ม-สาวออฟฟิศ ตามแหล่งศูนย์รวมอย่างสีลม สุขุมวิท รัชดาภิเษก  ส่วนเวลากลางคืนก็จะปรับโหมดเข้าสู่ความ สุนทรีย์ย่านถนนข้าวสาร สวนจตุจักร หรือแม้แต่ย่านรัชดาภิเษก 
จะเห็นว่าในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา  “ฟู้ดทรัค” มีจำนวนหนาตามากขึ้น สะท้อนถึงอัตราการเติบโตอย่างน่าสนใจ และได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคในวงกว้าง  ฟู้ดทรัค เป็นการให้บริการอาหารแนว Street Food ต้นกำเนิดมาจากรัฐเทกซัส อเมริกา ที่มีมานานกว่า 100 ปี นับแต่ปี 1866 เรื่อยมา ลักษณะของรถอาหารเคลื่อนที่คันแรก จะบรรทุกเครื่องครัวชิ้นเล็ก  ยาเวชภัณฑ์ อาหารการกิน จำพวกถั่ว เบคอน ไส้กรอก เนื้อ รวมถึงกาแฟ ไว้ท้ายรถจี๊ปทหาร เพื่อเร่ขายในเมืองคาวบอย
 
    ต่อมาในปี 1872 เริ่มมีการนำรถตู้มาดัดแปลง เปิดช่องกระจก ตัดหลังคา เพื่อทำการขายแซนด์วิช พาย และกาแฟ ถัดจากนั้นในปี 1880 ก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ด้วยการตกแต่งให้กลายเป็นรถแวนอเนกประสงค์มากขึ้น บรรจุตู้เย็น เตาอบไว้ในตัวรถ เพื่อใช้ประกอบอาหาร กระทั่งมาถึงปี 1950 ฟู้ดทรัคในสหรัฐฯ ก็แพร่หลายไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะบริการอาหาร เครื่องดื่ม หลากหลายประเภท ทั้งแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า แซนด์วิช ไก่ทอด ฯลฯ โดยรู้จักกันในหลายชื่อเรียก ทั้ง Mobile Canteens, Roach Coaches บ้างก็ว่า Gut Trucks
    คุณญาณเดช ศิรินุกูลชร รองประธาน องค์กรเครือข่ายธุรกิจรถฟู้ดทรัคแห่งประเทศไทย หรือ Food Truck Club (Thailand) เคยให้ข้อมูลผ่าน www.smemestyle.com ว่าเมืองไทยเริ่มนิยมฟู้ดทรัคมาประมาณ 5-6 ปี โดยทุกวันนี้ฟู้ดทรัคยังคงมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
    คุณญาณเดชประเมินว่าผู้ประกอบการครัวติดล้อทั่วประเทศมีอยู่ราว 1,500-2,000 ราย ในจำนวนนี้ บางรายจะมีรถฟู้ดทรัคมากกว่า 1 คัน ยิ่งหากทำในรูปแบบแฟรนไชส์อาจมีมากถึง 10 คันขึ้นไป
 
ในกลุ่มผู้ประกอบการรถฟู้ดทรัคถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ 
    1. กลุ่มคนรุ่นใหม่ รักอิสระ อยากสร้างธุรกิจของตนเอง ที่เข้ามาทำอย่างจริงจัง
    2. กลุ่มผู้ประกอบการตัวเล็ก ที่เช่าพื้นที่หรือร้านค้าเพื่อขายอาหาร เครื่องดื่ม แล้วเปลี่ยนมาสู่รูปแบบนี้
    3. ร้านอาหารคาวหวานขึ้นชื่อทั่วไป ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ไอศกรีม ฯลฯ เพื่อเพิ่มช่องทาง ต่อยอดธุรกิจ และ 
    4. กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางถึงใหญ่ ซึ่งใช้โมเดลนี้เพื่อตอกย้ำแบรนด์ ทำหน้าที่คล้ายเป็นสื่อเคลื่อนที่อีกทาง เช่น S&P และอานตี้ แอนส์ ฯลฯ
 
    ธุรกิจรถฟู้ดทรัคมีข้อดีหลายอย่าง อย่างแรกลดต้นทุนค่าเช่า ค่าสถานที่ ต่อมาคือ มีความคล่องตัวสูง สามารถขายได้ทุกที่ ทุกวัน ทุกเวลา แถมยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชอบหาประสบการณ์แปลกใหม่ในการทานอาหารอีกด้วย
    สิ่งสำคัญ คืองบลงทุนไม่สูงนัก คุณๆ สามารถนำรถปิกอัพ รถตู้เก่ามาดัดแปลงได้ ที่สำคัญเวลานี้ ค่ายรถจีนและญี่ปุ่นหลายยี่ห้อผลิตรถฟู้ดทรัคมาเพื่อสนองต่อกลุ่มเป้าหมายนี้เป็นการเฉพาะในราคาที่ไม่สูงนัก 
    รองประธาน FTC ยังประเมินสถานการณ์ฟู้ดทรัคในเมืองไทยด้วยว่า อนาคตยังสดใส และจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีทั้งอาหารคาว-หวาน เครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำผลไม้ คาดว่าในปี 2561 มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจฟู้ดทรัคจะอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท 
    ปัจจุบัน FTC Club ที่เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 เพียงแค่ 2 ราย ภายในระยะ เวลา 3 ปี มีสมาชิกแล้ว 470 ราย โดยทั้งหมดจะทำกิจกรรมส่งเสริมอาหารขายร่วมกัน โดยติดต่อผ่านหน้าเว็บไซต์ www.foodtruckclub.net 
   
    ดูเหมือนว่า ปี 2561 จะเป็นปีทองของ “ฟู้ดทรัค” อย่างแท้จริง!!