THE RISE OF STARTUP เพราะไอเดียใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
สุขสัมภาษณ์
129
คนดูทั้งหมด
คุณหมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ มีความเชื่อว่าไอเดียของธุรกิจไม่มีคำว่าจำกัด ถ้าไม่อย่างนั้น เราคงไม่มีโอกาสได้เห็น Startup โผล่ขึ้นมาใหม่ทุกวันทั้งในประเทศไทยและต่างแดน หากนับเฉพาะในบ้านเราธุรกิจ Startup ก็เจริญเติบโตขึ้นสูงมากในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา เราจึงอดไม่ได้ที่จะชวนคุณหมู ในฐานะกูรู Startup ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ก่อตั้ง และซีอีโอบริษัท อุ๊คบี (Ookbee) Startup ในรูปแอปพลิเคชันร้านหนังสือดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และความน่าจะเป็นของ Startup ในอนาคต
 

ถ้าพูดถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนเรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือการศึกษา เมื่อดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง Startup มากมายจะขาดกำลังคน โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ หรือคนทำการตลาดออนไลน์
 
          “การเติบโตของ Startup ในเมืองไทยถือว่าพัฒนาขึ้นไวมาก ในปี 2555 ยอดเงินระดมทุนโดยประมาณอยู่ที่ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ปี 2560 ที่ผ่านมายอดเงินระดมทุนกระโดดไปไกลถึงราวๆ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุหลักเกิดจาก Startup ที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งแปรผันตามจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้น และได้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนอยู่เป็นระยะ”
 
          Startup อาจจะเสียเปรียบองค์กรที่มีขนาดใหญ่ในเรื่องกำลังคน ดังนั้นการเสนอสิ่งที่องค์กรใหญ่มอบให้ไม่ได้คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับ Startup และเหนือสิ่งอื่นใดคือทัศนคติที่ดีและพร้อมจะก้าวไปด้วยกันของเพื่อนร่วมงาน 
 
          “เริ่มแรก Startup มักจะมีเพื่อนร่วมงานทั้งหมดเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ปัญหาก็จะไม่ค่อยมีเข้ามาเพราะมีส่วนได้ส่วนเสียเท่ากันอยู่แล้ว หากเติบโตขึ้นและมีพนักงานเพิ่มขึ้น วัฒนธรรมของบริษัทคือสิ่งที่สำคัญมาก สิ่งที่ควรมอบให้กับคนทำงานก็คือความยืดหยุ่น เนื้องานที่หลากหลาย หรือโอกาสที่บริษัทใหญ่ไม่สามารถมอบให้กับพวกเขาได้ ทัศนคติก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ในบริษัท Startup ทุกคนล้วนมีส่วนสำคัญทั้งสิ้น ต้องมองหาพนักงานที่สามารถเข้ากับองค์กรได้ รวมถึงมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และลงมือทำ”

          ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ Startup เหล่าผู้ประกอบการมักจะมองหาความแข็งแกร่งของตัวเอง เพื่อนำมาหักล้างกับคู่ต่อสู้ในสมรภูมิ แต่สำหรับคุณหมูสิ่งที่สำคัญคือลูกค้ามององค์กรอย่างไรมากกว่า

          “ลูกค้าคือผู้ที่ตัดสินใจว่าความแข็งแกร่งในธุรกิจของคุณคืออะไร เราต้องฟังเสียงจากลูกค้าเป็นสำคัญและปรับปรุงไปเรื่อยๆ เพราะท้ายที่สุดแล้วธุรกิจอะไรก็ต้องมีคู่แข่งทั้งนั้น การโฟกัสไปที่ตัวคู่แข่งไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เป็นการเรียนรู้
แบบอ้อมเกินไป ควรจะโฟกัสไปที่ลูกค้ามากกว่า แล้วเขาจะบอกเองว่าควรจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป”

          กับดักอย่างหนึ่งของเหล่า Startup ที่คุณหมูมองเห็น คือการตั้งราคา จริงอยู่ว่าการตั้งราคาให้ถูกลงอาจจะช่วยให้อยู่รอดได้ในระยะแรกและช่วยทางด้านการตลาด แต่ถ้าพูดถึงระยะยาวนั้นการตั้งราคาให้สมเหตุสมผลกับทั้ง Startup และลูกค้ามีความสำคัญมาก

          “Startup จำนวนมากขายหรือคิดค่าบริการถูกเกินไป เพราะต้องการแข่งขันกับคู่ต่อสู้เลยกดราคาลงมาให้ต่ำกว่าความเป็นจริง หากใช้วิธีนี้และไม่มีเงินลงทุนมากพอจะทำให้เกิดความเสียหายได้ อีกเรื่องหนึ่งคือการมองตลาดเล็กเกินไป ธรรมชาติของ Startup จะถูกออกแบบให้มีผู้ใช้งานจำนวนมากอยู่แล้วหากไม่ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอย่างเต็มกำลัง ก็จะทำให้การเติบโตช้าลง

          “ถ้าพูดถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน เรื่องหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการศึกษา เมื่อดำเนินธุรกิจมาระยะหนึ่ง Startupมากมายจะขาดกำลังคน โดยเฉพาะโปรแกรมเมอร์ หรือคนทำการตลาดออนไลน์ ตอนนี้คนที่ทำสิ่งเหล่านี้ได้เป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในสังคม และมหาวิทยาลัยยังผลิตออกมาไม่พอต่อความต้องการของตลาด ผมเชื่อว่าการศึกษาจะเป็นส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ธุรกิจโตต่อไปได้ เราไม่ได้แข่งกันเองในประเทศ แต่ Startup คือตลาดโลก”

          สำหรับตลาดต่างประเทศ คุณหมูย้ำว่าเป็นสิ่งที่ Startup ต้องให้ความสำคัญ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องการเจริญเติบโต เห็นได้จากองค์กรใหญ่ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้บริการรถยนต์ หรือจองโรงแรม ก็ล้วนแต่เป็น Startup จากเพื่อนบ้านทั้งนั้น 

          “ประเทศไทยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาก็มักจะเป็นภาษาไทย ข้อดี คือสามารถบริการคนในประเทศได้ทันที แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลาปรับปรุงเมื่อต้องการจะเจริญเติบโตในต่างแดน ต่างกับสิงคโปร์หรือมาเลเซียที่สามารถสานต่อได้ทันที ปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง คือขนาดของตลาดประเทศที่มีขนาดใหญ่อย่างจีนหรืออินโดนีเซีย ก็มีโปรแกรมเมอร์เท่ากับ Startupในประเทศไทย แต่ฐานลูกค้ามีมากกว่าหลายเท่าตัว ดังนั้น หาก Startup ไทยมองตลาดให้กว้างขึ้น โอกาสในการเติบโตก็ขยายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

          “ธุรกิจที่น่าจะเติบโตในตอนนี้ คือฟินเทค (FinTech) หลายๆ ธนาคารก็ออกมาปรับปรุงเรื่องธุรกรรมออนไลน์ แต่ธนาคารเหล่านี้ล้วนเป็นองค์กรใหญ่ ทำให้มีต้นทุนเยอะกว่าบริษัท Startup เล็กๆ ซึ่งมีการทำงานบางอย่างที่ทำได้ดีและเร็วกว่า เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องที่เข้าถึงทุกคนอยู่แล้ว ส่วนอีกอย่างที่มาแรงคือธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์คล้ายกับที่ Ookbee ทำ เพราะทุกคนใช้ชีวิตอยู่กับมือถือมากขึ้น ความบันเทิงในรูปแบบที่อยู่ในสมาร์ทโฟนก็มากขึ้น ทำให้น่าจับตามองต่อไปในอนาคต”
 
สุขสัมภาษณ์
ธนา อุทัยภัตรากูร สถาปัตยกรรมที่เข้าคู่กับธรรมชาติ
"The Best & Biggest Local Bank in Thailand"
ศตวรรษแห่งความก้าวไกล ของธนาคารออมสิน
GSB PAY เพื่อมาตรฐานการชำระเงินรูปแบบใหม่ ก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำ